<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่าน Animal Farm ไม่พอ ต้องอ่าน 1984 ด้วย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พอโฆษกรัฐบาลบอกว่านายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชาแนะนำให้คนไทยอ่านหนังสือ The Animal &amp;nbsp;Farm ของนักเขียนอังกฤษ George Orwell ผู้คนในประเทศไทยก็มีอาการงุนงงกันไปทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะคนเขียนต้องการประชดประชันระบบเผด็จการ และคนจำนวนไม่น้อยในประเทศนี้ก็ใช้คำว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เผด็จการ&amp;quot; เรียกขานระบบของ คสช.อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีคำอธิบายจากนายกฯ ประยุทธ์เอง มีแต่การตีความไปต่างๆ นานาที่ยังขาดความกระจ่างแจ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไหนๆ ก็มีการเอ่ยถึงหนังสือของนักเขียนคนนี้แล้ว ก็ต้องพูดถึงหนังสือเล่มที่ดังไม่น้อยไปกว่า &amp;nbsp;Animal Farm นั่นคือหนังสือชื่อ &amp;quot;1984&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นนิยายกระทบกระแทกเผด็จการอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมควรที่คนไทยจะต้องอ่านไปพร้อมๆ กับ Animal Farm กันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ครบ 70 ปีของการตีพิมพ์ &amp;quot;1984&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครที่ได้อ่าน &amp;quot;1984&amp;quot; จะต้องคุ้นกับศัพท์แสงหลายวลีที่บางคนอาจจะคิดว่ามีความคุ้นๆ กับการเมืองไทยวันนี้ เช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคิดสองชุดที่ขัดแย้งกัน (doublethink)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสร้างภาษาใหม่ (newspeak)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจควบคุมทางความคิด (Thought Police)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงความรัก (Ministry of Love) ที่มุ่งสร้างความสิ้นหวังและจ้องทำลายล้างผู้ที่เห็นต่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสันติภาพ (Ministry of Peace) ที่พุ่งเป้าไปที่การทำสงคราม และจักรกลผลิต อีกทั้งยังสร้างนิยายประโลมโลกและเรื่องลามก เพื่อชี้นำและครอบงำความคิดของผู้คนในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิยายเล่มนี้ที่ตีพิมพ์เมื่อ 8 มิถุนายน 1949 มีเค้าเรื่องให้ตัวเอกของเรื่องเป็นเจ้าหน้าที่เซ็นเซอร์ของ &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงความจริง (Ministry of Truth)&amp;quot; มีหน้าที่ดัดแปลงแก้ไขเรื่องราวในประวัติศาสตร์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และสถานภาพของพันธมิตรที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และตัวละครสำคัญที่สุดเห็นจะเป็น Big Brother หรือ &amp;quot;พี่เบิ้ม&amp;quot; ที่มีวิธีการสอดแนมทุกหนทุกแห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีการควบคุมประชาชนให้อยู่ภายใต้การบริหารของผู้นำประเทศ นั่นคือการปลุกระดมความคิดของคนหมู่มากโดยอาศัยกลไกการโฆษณาชวนเชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจงใจสร้างความเกลียดชังในมวลหมู่ผู้คนเพื่อให้ทำลายซึ่งกันและกัน จนผู้ปกครองสามารถครอบงำทิศทางของประเทศตามความต้องการของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Big Brother เป็นแบบฉบับของจอมเผด็จการที่ทั้งบ้าและน่ากลัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิยายเรื่องนี้สะท้อนถึงรัฐบาลเผด็จการที่ต้องการกำจัดถ้อยคำ ปรับเปลี่ยนความหมายของภาษา &amp;nbsp;รวมทั้งความคิดและความรู้สึกที่แฝงอยู่ในถ้อยคำเหล่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะศัตรูที่แท้จริงของรัฐบาล คือ ความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรราชครองเมือง พวกเขาก็พยายามปิดกั้นความจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีศาจและคำโกหกตอแหลมาถมทับแทน ร้ายยิ่งกว่า &amp;quot;ศรีธนญชัย&amp;quot; หลายเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระเอกของเรื่องถูกทรมานให้ยอมรับว่า &amp;quot;สองบวกสองเป็นห้า&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิยาย &amp;quot;1984&amp;quot; สะท้อนถึงความพยายามของเผด็จการที่จะกำจัดตัวตนของมนุษย์ในสังคมลงอย่างสิ้นซาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังต้องการทำลายความสามารถในการตระหนักถึงโลกแห่งความเป็นจริงของทุกๆ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าอ่านทั้งสองเล่มก็จะเห็นภาพที่น่ากลัวของระบอบการรวมศูนย์แห่งอำนาจในการปกครองประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่านิยายคลาสสิกสองเล่มนี้เป็นการจงใจจะวาดภาพอันน่าสะพรึงกลัวของ &amp;quot;เผด็จการ&amp;quot; หากคนในสังคมยอมให้ประเทศตกอยู่ในภาวะของการให้คนกลุ่มหนึ่งคนใดครอบงำฐานแห่งอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทเรียนสำหรับคนไทยก็คือ เรายังต้องแยกแยะนิยามแห่ง &amp;quot;เผด็จการ&amp;quot; และ &amp;quot;ประชาธิปไตย&amp;quot; ให้ชัดเจน และไม่ให้ถูกวาทกรรมที่ตะโกนใส่กันไปมานั้นมากำหนดชะตากรรมของประเทศอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมไทยต้องไม่ยอมให้เกิด Big Brother ที่มีอำนาจเปี่ยมล้นและสามารถจะสั่งการให้ประชาชนต้องเชื่อไปทางใดทางหนึ่งตามที่ตนต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Big Brother ในยุคโซเชียลมีเดียไม่จำเป็นต้องเป็น &amp;quot;ทรราช&amp;quot; ในรูปของผู้นำเผด็จการคนใดคนหนึ่งเท่านั้น หากแต่ยังมาในรูปของการถูกกระแสแห่ง &amp;quot;ภาษาสร้างความเกลียดชัง&amp;quot; หรือ hate speech นำพาให้สังคมแตกแยกและมีความเกลียดชัดต่อกันโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแสวงหาเหตุผลอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากจะมองให้ลึกแล้วหลายๆ ภาพที่ฉายในนิยาย 1984 ก็มีให้เห็นจริงจังในปี 2019 นี้ด้วยซ้ำไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38580</URL_LINK>
                <HASHTAG>1984, Animal Farm, George Orwell, The Animal  Farm, กาแฟดำ, เผด็จการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
